กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์โชว์ผ้ามัดหมี่ลุ่มน้ำโขง

กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์โชว์ผ้ามัดหมี่ลุ่มน้ำโขง

 ขอนแก่นร่วมกับกลุ่มจังหวัด ร้อย-แก่น-สาร-สินธุ์ จัดงาน“เส้นทางผ้าไหม…ความยิ่งใหญ่แห่งภูมิปัญญา”Khonkaen Silk Path Greatness of Wisdom  : SILK – FASHION – SHOW 2020ยกระดับผ้าไทยสู่อนุภาคลุ่มน้ำโขง สัมผัสสุดยอดผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม ผ้าทอมือ และผลิตภัณฑ์ OTOP ของใช้ของฝากจากดินแดนลุ่มน้ำโขง  9-13 กันยายน 2563 ณ บริเวณด้านหน้า MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ

จังหวัดขอนแก่น มีนโยบายเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ SMEs และการเกษตร ได้มีโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้ อันจะนําไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ภายในประเทศและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างยั่งยืน ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนา ผลิตภัณฑ์สําคัญของกลุ่มจังหวัด เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ ผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ข้าว อ้อย มันสําปะหลัง เป็นต้น โดยได้ กำหนดกรอบการพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไหม สภาพการพัฒนาในขั้น ปลายทาง มุ่งเน้นการนําผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดหรือสร้างโอกาสทางการตลาดSILK – FASHION – SHOW 2020

 

กิจกรรมในงาน มีการจัดแฟชั่นโชว์ผ้าไหมมัดหมี่ จังหวัดขอนแก่นและกลุ่มจังหวัด ที่รังสรรค์ลายผ้าไหมมัดหมี่ อัตลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดขอนแก่นและกลุ่มจังหวัด ร้อย-แก่น-สาร-สินธุ์ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาสู่อนาคต “World IKAT Textiles Symposium (WITS) ในการเป็นเมืองหัตถกรรมโลก แห่งผ้าไหมมัดหมี่ จึงเป็นการเผยแพร่เมือง  หัตถกรรมโลกผ้าไหมมัดหมี่ระดับโลก เพื่อต่อยอดไปใช้ในวงการแฟชั่นได้เป็นอย่างดี

นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธี กล่าวว่า …กลุ่มจังหวัด ร้อย-แก่น-สาร-สินธุ์  มีวัฒนธรรมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทำผ้ามัดหมี่กันมายาวนาน ชาวบ้านจะใช้เวลาว่างจากการทำนาและการเก็บเกี่ยว มาทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือน หรือไว้ใช้ในงานประเพณีต่างๆ กระทั่งในยุคหลังๆ มีการนำผ้าที่เหลือใช้เองมาจำหน่าย ต่อมาในหลายพื้นที่มีการพัฒนาการทอผ้าจนกลายมาเป็นรายได้หลักแทนการทำนาอาชีพแต่ดั้งเดิม

จนมาถึงวันนี้  ถือได้ว่า  กลุ่มจังหวัด ร้อย-แก่น-สาร-สินธุ์ เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอย่างเส้นไหมแหล่งใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีศักยภาพในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม   มีผู้ประกอบการทอผ้า ฟอกผ้า  ย้อมสี  และเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมแหล่งใหญ่ของไทย  โดยเฉพาะ ผ้าทอไหมมัดหมี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร  มีลวดลายเฉพาะตัว   ซึ่งเกิดจากวิธีการมัดหมี่ และเทคนิคการทอที่มีเอกลักษณ์ “ความเป็นชิ้นเดียวในโลก” ให้ความรู้สึกของความเป็นงานทำมือที่สุดมหัศจรรย์  จะเห็นได้ว่า… หากมองย้อนกลับไป ถึงเส้นทางผ้าไหมในอดีต จนมาถึงวันนี้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้คนรุ่นปัจจุบัน และรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่แห่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ และเป็นความหวังที่จะสืบสาน นำพาผ้าไหมมัดหมี่ของไทย ต่อยอดไปในระดับโลกได้ ทำให้ชาวต่างชาติ ได้รู้จัก ได้ชื่นชมความงดงามของผ้าไทย เพิ่มมูลค่าให้ผ้าไทย สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศ  และนำไปสู่การต่อยอด เกิดการท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อศึกษารากเหง้าของมรดกศิลปวัฒนธรรมที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินต่อไป

นายธีระเชษฐ สอนปะละ พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “เส้นทางผ้าไหม…ความยิ่งใหญ่แห่งภูมิปัญญา” นี้ว่า  งาน “เส้นทางผ้าไหม ความยิ่งใหญ่แห่งภูมิปัญญา” จัดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ไหมและ OTOP ให้มีคุณภาพมาตรฐาน  ให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้พบปะและเปลี่ยนความคิด ความต้องการของผู้บริโภค เสริมสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผ้าไหมของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อนำพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่อไป  นอกจากนั้นยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาและประชาสัมพันธ์  ผ้าไหมมัดหมี่ลายอัตลักษณ์ของจังหวัด ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางขึ้น

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไหมมัดหมี่ผลงานจากดีไซน์เนอร์ชื่อดัง  และมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ทุกวันจัดงาน